ด่าขรม ตร.วังเหนือหิ้วพระบวชหน้าไฟกลางงานศพ สุดท้ายจับผิดตัว


????????????????????

ลำปาง – โลกออนไลน์ด่ากันขรม ตำรวจวังเหนือ เมืองรถม้า เชิญพระบวชหน้าไฟออกจากงานเผาศพขึ้นรถตราโร่ไปโรงพักต่อหน้าแขกเหรื่อที่มา ร่วมไว้อาลัยจนญาติผู้ตายเศร้าใจไปตามกัน สุดท้ายพอรู้จับผิดตัวพามาส่งหน้าวัด บอก “ขอโทษ” คำเดียว

วันนี้ (13 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมโซเชียลมีเดียได้ส่งต่อข้อความและภาพของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Bumbiem Choomsri ที่โพสต์ไว้เมื่อเวลา 11.31 น. วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา บอกเล่าถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่ บวชหน้าไฟในพิธีฌาปนกิจศพ

โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เพื่อนๆ คิดยังไงกับภาพนี้ (งานขาว-ดำ) พระรูปนี้เพิ่งโกนหัวบวชหน้าไฟ และกำลังเริ่มพิธีฌาปณกิจศพ จู่ๆ ก้อมีตำรวจพวกนี้เข้ามาถามว่าชื่ออะไร บัตร ปชช.อยู่ไหน?? และคุมตัวขึ้นรถไปสถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ โดยไม่สนคำครหาของแขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพเพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายว่า ทำไมไม่รอให้งานเสร็จเสียก่อนค่อยดำเนินการ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ตายด้วย แต่พิธีการก้อต้องดำเนินต่อไปจนจบพิธี ด้วยความเศร้าใจของญาติๆ จนท้ายที่สุดก้อมีรถตราโล่คันเดิมมาจอดที่หน้าวัด (เอาพระที่บวชหน้าไฟมาส่ง) และบอกว่าจับผิดคนและกล่าวคำว่าขอโทษแค่คำเดียว และขึ้นรถตราโล่ขับออกไปทันที งานนี้พูดไม่ออกกันเลยทีเดียว…อู้แล้วกะกั๊ดอก..บ่าเฮ้ย… ”

หลังจากนั้นได้มีการส่งต่อข้อความและภาพซึ่งมีการถ่ายไว้ระหว่างเจ้า หน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวพระรูปดังกล่าวออกไปและขึ้นรถตำรวจ ภาพในงาน และในโพสต์ได้มีการต่อว่าถึงความไม่เหมาะสม และด่าทอตำรวจ เมื่อมีคนสอบถามว่าเป็นตำรวจที่ไหน ซึ่งเจ้าของโพสต์ระบุว่าเป็นตำรวจ สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สมเดช ทศพร ผกก.สภ.วังเหนือ ว่าทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ ได้รับคำตอบว่ายังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว แต่มีตำรวจเล่าให้ฟังเมื่อคืนว่ามีการโพสต์ข้อความทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับ เรื่องนี้ ซึ่งตนเองยอมรับว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เพราะเมื่อ 2-3 วันก่อนได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเชิญตัวพระในงานศพแห่งหนึ่ง หลังจากได้รับการประสานงานจากตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ว่ามีผู้ต้องหาในคดีฆ่าคน ตายมาบวช สุดท้ายก็ไม่ใช่คนเดียวกันก็เชิญตัวกลับ

แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้สอบถามรายละเอียด ว่าการเชิญตัวพระรูปดังกล่าวออกมาเป็นการเชิญก่อนพิธีหรือหลังพิธีเสร็จแล้ว ซึ่งจะได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุอีกครั้ง แต่ส่วนตัวคิดว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายควรจะมีสติและวิจารณญาณมากกว่านี้ ไม่เฉพาะงานศพเท่านั้น อย่างที่เคยออกข่าวทั้งงานบวช งานแต่งก็ไม่สมควรทั้งนั้น หากเป็นผู้ต้องหาจริงก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ในขณะนั้นว่าผู้ต้องหาจะหลบ หนีหรือไม่ หากเห็นแล้วว่าไม่หลบหนีก็ควรจะรอโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนจะได้เรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถาม หากเป็นเรื่องจริงจะได้ว่ากล่าวตักเตือนต่อไป

083 ????????????????????

ที่มา : manager.co.th